เคล็ดลับการมาร์คหน้าใส

     การมาร์คหน้านั้นเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยทำความสะอาดใบหน้าได้อย่างล้ำลึกกว่าการล้างหน้าด้วยโฟมหรือ คลีนเซอร์ทั่วไป เพราะการมาร์คหน้านั้นช่วยให้ขจัดสิ่งสกปรกที่อุดตันอยู่ตามรูขุมขนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังเป็นการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับใบหน้าด้วยค่ะ

มาร์คหน้าดีอย่างไร

      การมาร์คหน้านั้นเป็นอย่างวิธีหนึ่งที่ช่วยทำความสะอาดใบหน้าได้อย่างล้ำลึกกว่าการล้างหน้าด้วยโฟมหรือ คลีนเซอร์ทั่วไป เพราะการมาร์คหน้านั้นช่วยให้ขจัดสิ่งสกปรกที่อุดตันอยู่ตามรูขุมขนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังเป็นการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับใบหน้า และนำสารอาหารต่างๆ เข้าสู่ผิวหน้าได้ดีกว่าการทาครีมเพียงอย่างเดียว

      สำหรับคนที่มีผิวหน้ามัน คุณสามารถเลือกใช้มาร์คได้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง และมาร์คที่เหมาะสมกับคนผิวหน้ามันควรจะมีคุณสมบัติที่ช่วยดูดซับความมันและสามารถขจัดสิ่งสกปรกที่อุดตันตามรูขุมขนบนใบหน้า พร้อมช่วยกระชับรูขุมขน ในขณะเดียวกัน

      สำหรับคนที่มีผิวหน้าแห้ง คุณสามารถเลือกใช้มาร์คไม่เกิน 1 ครั้งต่อสัปดาห์ และควรจะเลือกมาร์คที่มีส่วนผสมที่ให้ความชุ่มชื้นกับผิวหน้าด้วยค่ะ

วิธีการมาร์คหน้า
- ควรทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาดหมดจดด้วยคลีนเซอร์ที่เหมาะกับผิ ว ก่อนที่จะพอกหน้า

- พอกหน้าให้ทั่วใบหน้า โดยเว้นรอบดวงตาและริมฝีปาก แล้วทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที ถ้าจะให้ได้ผลดี อาจใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นๆ นำมาวางบนหน้า ความร้อนจากผ้าขนหนู จะช่วยให้ส่วนผสมในมาร์คซึมซับสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้น

- แล้วใช้สำลีชุบน้ำอุ่นเช็ดทำความสะอาด
- ล้างหน้าด้วยน้ำเย็นอีกครั้ง ซึ่งจะช่วยกระชับรูขุมขนและทำให้ผิวสดชื่น

- เช็ดให้แห้งด้วยผ้านุ่มๆ และตามด้วยครีมบำรุงผิว คราวนี้ผิวคุณก็นุ่มละมุนสดชื่น และสดใสละค่ะ

 

รอยหมองคล้ำใต้ดวงตา

     ปัญหารอยหมองคล้ำใต้ดวงตา สร้างความรําคาญใจให้สาวๆ ไม่น้อย โดยพบว่าในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร้อยละ 51.2 ของสาวๆ วัย 20 ปีขึ้นไปมักจะพบว่าบริเวณรอบดวงตามีรอยคล้ำ ซึ่ง เป็นปัญหาสําคัญที่รองลงมาจากปัญหาการเกิดสิว

     ปัญหารอบดวงตามีรอยคล้ำ  เกิดจากการมีอายุที่เพิ่มมากขึ้น การพักผ่อนไม่เพียงพอ รวมถึงกรรมพันธุ์ ฯลฯ  ฉะนั้นหากรอบดวงตามีรอยคล้ำ สาวๆ ไม่ควรนิ่งนอนใจควรจะหาทางลดปัญหาเหล่านั้น เพราะเมื่อรอบดวง ตามีรอยคล้ำ ก็จะทําให้เวลาแต่งหน้าหรือแต่งเติมสีสันบนเปลือกตาทําได้ยาก เมื่อทาอายแชโดว์แล้วจะไม่ได้สีตามที่ใจปรารถนาเสมือนการระบายสีบนกระดาษสีหม่นย่อมไม่ได้สีสวย นอกจากนั้นรอยคล้ำยังทําให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้าหมองคล้ำไม่สดใส และดูแก่กว่าวัยอีกด้วย

     แม้ปัญหาความหมองคล้ำเหล่านี้ จะสามารถกลบเกลื่อนได้ด้วยการแต่งหน้าอย่างมืออาชีพ แต่เพื่อความกระจ่างใสอย่างยั่งยืนแล้ว การแก้ไขจากต้นเหตุน่าจะเป็นวิธีที่ถูกต้อง อาทิ พักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียดและการใช้งานของกล้ามเนื้อดวงตาให้น้อยลง ประกอบกับการใช้ผลิตภัณฑ์บํารุงที่ทรงประสิทธิภาพด้วยส่วนผสมของวิตามินซี ที่ช่วยลดเลือนรอยหมองคล้ำและปรับสีผิวรอบดวงตา ควบคู่กับการนวดลดเลือนรอยคล้ำใต้ตา ก็จะช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ส่งผลให้รอยหมองคล้ำรอบดวงตาหายไป และผิวหน้าก็จะดูเปล่งปลั่งขึ้นด้วยเช่นกัน

เคล็ดลับ

- หลีกเลี่ยงการใช้นิ้วมือขยี้ตา เพราะจะเป็นการกระตุ้นให้เกิดริ้วรอยเ่ยวย่นรอบดวงตา ตลอดจนอาจเกิดการอักเสบอันเนื่องมาจากเชื้อโรคที่ติดอยู่บนมือทั้งสองข้าง ถ้ารู้สึกคันหรือระคายเคืองตา ให้ใช้น้ำยาล้างตาหรือใช้ผ้าเช็ดหน้าสะอาดซับเบาๆ พอให้หายคัน

- การดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 6 – 8 แก้ว หรือ 2 ลิตร จะช่วยป้องกันรอยคล้ำใต้ตาได้

- เมื่อดวงตาเกิดความเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย ลองหาแตงกวาฝาน หรือถุงชาที่ใช้แล้วแบบแช่เย็น วางไว้บนเปลือกตาสองข้าง นอนพักสักครู่ จะช่วยให้อาการอ่อนล้าดีขึ้น

ปัญหาใบหน้าหมองคล้ำ

     ช่วงนี้ใครที่กำลังรู้ตัวว่าใบหน้าหมองคล้ำ ขอบตาดำเป็นหลินปิงน้อย ผลจากการอดตาหลับขับตานอน หรือตากแดดมากจนเกินไปหรือลืมดูแลรักษาผิวหน้าเท่าที่ควร ก็อาจทำให้เกิดใบหน้าหมองคล้ำได้ วันนี้เกร็ดความรู้มีวิธีขจัดใบหน้าหมองคล้ำมาฝากกัน

     การดูแลผิวที่เกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำได้ไม่ยากเลย เพียงเริ่มจากศึกษาถึงสาเหตุให้เข้าใจกันก่อนว่า กรณีที่ร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ จะมีระดับ ฮอร์โมนความเครียดสูงกว่าปกติ ซึ่งสัมพันธ์โดยตรงกับความแข็งแรงและสภาวะปกติของผิว ทำให้เกิดภาวะไวต่อการแพ้และอักเสบของผิว ทั้งยังลุกลามไปยังผื่นแพ้ชนิดต่างๆ รวมไปถึงโรคอื่นๆ ที่เกี่ยวกับภาวะภูมิคุ้มกันของผิวอีกด้วย การนอนน้อยยังส่งผลโดยตรงถึง คอลลาเจน ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้ผิวเต่งตึงและชุ่มชื้น เพราะปกติคอลลาเจนจะสร้างได้สมบูรณ์ในภาวะที่มีการนอนหลับที่เพียงพอ การนอนน้อยร่างกายจะสร้างคอลลาเจนไม่เพียงพอ และส่งผลให้ผิวชราก่อนวัย ผิวขาดความชุ่มชื่น ความสามารถในการป้องกันผิวจากสารเคมี  มลภาวะ แสงแดด รวมถึงเชื้อโรคต่างๆ ลดลง และมีสิวอักเสบเพิ่มมากขึ้นด้วย

ขั้นตอนการแก้ปัญหาหน้าคล้ำ

 1. เลือกเคลนเซอร์ล้างหน้าที่ช่วยขจัดสิ่งสกปรกที่ตกค้างและน้ำมันส่วนเกินได้ อย่างหมดจด  และต้องทำเป็นประจำทุกเช้า-เย็น  หลังจากนั้นเช็ดผิวเพื่อทำความสะอาดอีกครั้งให้ล้ำลึกถึงรูขุมขนด้วยโทน เนอร์  เพื่อกระชับรูขุมขนและซึมซับน้ำมันส่วนเกินที่ยังหลงเหลือจากการล้างหน้าออก ให้หมด

2. ตามด้วยการบำรุงผิวด้วยโลชั่นสูตรควบคุมความมันแบบโลชั่นเนื้อบางเบา  ซึมซาบเร็ว  เพื่อติมความชุ่มชื่นให้กับผิวที่เราต้องสูญเสียไปในขั้นตอนการทำความสะอาด  สิ่งสำคัญที่สุดก็คือต้องเลือกสูตรที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน  จะได้ไม่เป็นการเพิ่มจำนวนน้ำมันให้กับผิวหน้าของเรา

3. ขั้นตอนพิเศษ  เพื่อให้ผิวหน้าสดใส  ไม่หมองคล้ำ คือการขัดและพอกหน้า  เป็นการขจัดเซลล์ผิวเสื่อมสภาพให้หลุดออก  เวลาขัดต้องขัดอย่างเบามือนะคะ  แล้วนวดวนเป็นวงกลมอย่างนุ่มนวล  เพื่อไม่ให้ผิวระคายเคือง  และการนวดจะช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนของโลหิตได้อีกด้วย

หน้าสวยใสด้วยดินสอพอง

       วันนี้เรานำสูตรพอกหน้าด้วยดินสอพองมาฝากคุณผู้หญิงที่ชอบการพอกหน้าแบบธรรมติชาติกันค่ะ แม้ว่าในปัจจุบันจะมีการผลิตเครื่องสำอางที่ใช้ในการพอกหน้ามากมายผลิตกันมากขึ้น ซึ่งจะมีราคาค่อนข้างแพงมากและด้วยค่านิยมที่คนไทยหันมาเพิ่งอะไรที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น จึงทำให้ดินสอพองได้รับการตอบรับที่ดีด้วยเช่นเดียวกัน เพราะนอกจากสรรพคุณดินสอพองที่มาจากธรรมติมีแร่ธาตุมากอยู่ในนั้น สาวไทยสมัยก่อนก็ยังนิยมนำดินสอพองมาพอกหน้ากันเยอะมาก ดินสอพองจึงถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ผู้หญิงทั้งหลายรักสวยรักงามต้องสนใจอย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะไม่เป็นอันตรายแล้วยังช่วยให้คุณมีผิวที่สวยใสอีก

แต่ก่อนที่จะนำดินสอพองมาทำเครื่องประทินโฉมนั้น เราควรทำให้ดินสอพองสะอาดเสียก่อนเพราะดินสอพองที่ขายอยู่ตามท้องตลาดส่วนใหญ่มักไม่ได้ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อ จึงอาจมีเชื้อโรคเจือปนอยู่ ทำให้เกิดอาการคันหรือผิวหนังอักเสบได้

 

วิธีทำความสะอาดดินสอพอง

      วิธีทำให้ดินสอพองสะอาดขึ้นนั้นไม่ยาก เรียกว่าการ “สะตุ” วิธีสะตุ เพียงนำดินสอพองใส่หม้อดิน ปิดฝาหม้อแล้วยกขึ้นตั้งไฟ ทิ้งไว้จนกว่าดินสอพองจะร้อนระอุเต็มที่แล้วจึงยกลงทิ้งไว้ให้เย็นจากนั้นก็นำมาใช้ได้เลย ดินสอพองสะตุนี้ถ้าเก็บไว้ในภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิดก็จะเก็บไว้ได้นาน โดยไม่ต้องมาเสียเวลาสะตุทุกครั้งที่ต้องการใช้งาน

- สูตรน้ำนมขมิ้น : น้ำนมมีคุณสมบัติช่วยให้ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื่น บวกกับขมิ้นที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย แก้ผดผื่นคันและบำรุงผิวให้เปล่งปลั่งด้วยสูตรนี้เหมาะกับทุกสภาพผิว
ส่วนผสม ดินสอพองสะตุ 4 – 5 เม็ดใหญ่ นมสด 2 ช้อนชา น้ำขมิ้น 1 ช้อนชา
วิธีทำน้ำขมิ้น นำหัวขมิ้นมาล้างน้ำให้สะอาด หั่นเป็นแว่นแล้วตำจนแหลก ผสมน้ำเล็กน้อยกรองเอาน้ำด้วยผ้าขาวบาง
วิธี บดดินสอพองสะตุจนละเอียด แล้วคนส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน พอกหน้าทิ้งไว้ 15 – 20 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด

- สูตรน้ำมะนาว : สูตรนี้ผู้ที่มีปัญหาผิวมัน รูขุมขนกว้าง และมีสิวเสี้ยน
ส่วนผสม ดินสอพองสะตุ 3 – 4 เม็ดใหญ่ น้ำมะนาว 2 ช้อนชา
วิธี นำดินสอพองสะตุมาบดละเอียดด้วยภาชนะที่สะอาด ผสมน้ำมะนาวลงไป คนให้เข้ากัน ดินสอพองจะพองตัวขึ้นและมีฟองอากาศ นั่นเพราะดินสอพองกำลังทำปฏิกิริยากับกรดในน้ำมะนาว จากนั้นทาครีมดินสอพองจนทั่วใบหน้ายกเว้นรอบดวงตา ทิ้งไว้ 15-20 นาที หรือจะทาก่อนนอนทิ้งไว้จนเช้าก็ได้
วิธีล้าง ให้ล้างด้วยน้ำอุ่นแล้วใช้ผ้าเช็ดเบาๆบริเวณที่มีสิวเสี้ยน จากนั้นล้างอีกครั้งด้วยน้ำเย็นเพื่อกระชับรูขุมขน ทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ผิวหน้าจะเนียนนุ่มขึ้น รูขุมขนกระชับ และความมันลดลง สูตรนี้สามารถเปลี่ยนจากน้ำมะนาวมาเป็นน้ำมะขามเปียกก็ได้

- สูตรน้ำผึ้ง : สำหรับคนผิวแห้งแพ้ง่าย มะนาวอาจจะทำให้เกิดความระคายเคืองและแห้งมากขึ้น สูตรนี้จึงใช้น้ำผึ้งที่มีคุณสมบัติสมานผิวเข้ามาแทนที่ และยังเพิ่มความชุ่มชื้นด้วยน้ำมันงา
ส่วนผสม ดินสอพองสะตุ 3 – 4 เม็ดใหญ่ น้ำผึ้ง 2 ช้อนชา น้ำเปล่า 1/2 ช้อนชา น้ำมันงา 1/2 ช้อนชา
วิธี นำดินสอพองสะตุมาบดละเอียด ผสมน้ำผึ้งและน้ำมันงาหรือน้ำมันมะกอกก็ได้ คนให้เข้ากันนำมาพอกให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 15- 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด หลังล้างหน้าจะมีความมันของน้ำมันงาหลงเหลืออยู่บ้าง หากไม่ชอบให้ล้างด้วยน้ำอุ่นแล้วตามด้วยน้ำเย็น

ดูแลหน้าไม่ให้เกิดฝ้า

      ฝ้าเกิดจากเซลล์สร้างเม็ดสี ซึ่งอยู่ในชั้นหนังกำพร้าสร้างเม็ดสีเมลานินออกมามากผิดปกติ และส่งเม็ดสีให้เซลล์ผิวหนังด้านบนเป็นจำนวนมากกว่าปกติ ด้วยสาเหตุของความผิดปกติ จนเป็นที่มาของฝ้ามีอยู่หลายปัจจัย แต่หลัก ๆ คือ

- แสงแดดและการเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมน ทำให้เซลล์สร้างเม็ดสีทำงานผิดปกติ

- การรับประทานยาคุมกำเนิดสตรีที่ตั้งครรภ์ อยู่ในวัยหมดประจำเดือนหรือผู้ที่ได้รับยาฮอร์โมนทดแทน

- การใช้เครื่องสำอางก็มีส่วน เพราะเครื่องสำอางบางชนิดที่มีฮอร์โมนผสมอยู่ ก็ล้วนแต่ทำให้เกิดฝ้าได้ทั้งนั้น

- รวมถึงพันธุกรรมด้วย คนในครอบครัวเดี่ยวกัน มีโอกาศเป็นฝ้าเหมือนๆ กันได้มาก

       คนที่เป็นฝ้าแล้ว ก็ป้องกันไม่ ให้เป็นมากขึ้นด้วยการหลีกเลี่ยงการถูกแสงแดดในเวลา 10.00-15.00 ซึ่งเป็นช่วงที่แดดจัดมาก ที่ขาดไม่ได้เลย คือการใช้ครีมกันแดดที่มีค่าป้องกันแสงแดด (SPF) สูงมากกว่า 15 ขึ้นไปและควรเป็นชนิดที่ป้องกันได้ทั้งยูวีเอและยูวีบี สำหรับคนที่เป็นฝ้าแล้วมีสูตรยาแก้ฝ้าแบบธรรมชาติมาให้รักษากัน แต่ควรทำอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอจึงจะช่วยให้ฝ้าจางลงได้

รักษาฝ้าจากสมุนไพร

- ใช้ไข่ขาวโดยเฉพาะตรงบริเวณรอบไข่แดง นำมาทาหน้าวันละครั้ง ทิ้งระยะเวลาไว้  5 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่น ไข่ขาวเมื่อแห้งจะดูดเอาสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ตามหน้าออกได้ดี

- ใช้น้ำว่านหางจระเข้ทาให้ทั่วใบหน้าโดยไม่ต้องล้างออก เพราะเมือกจะแห้งไปเองภายใน 5-10 นาที ทำวันละสองครั้งตอนเช้าและก่อนนอน จะทำให้รู้สึกว่าหน้าของเราเต็งตึงขึ้น

- หั่นแตงกว่าเป็นแว่นๆบาง ๆ แปะลงบนใบหน้าทิ้งไว้สักพัก แล้วจึงแกะออก ทำก่อนนอนจะช่วยให้รู้สึกสบายผิวหน้ามาก

- ใช้หัวผักกาดหั่นเป็นแว่นๆบางๆ ถูบริเวณที่เป็นฝ้าให้ทั่วใบหน้า ทิ้งระยะเวลาไว้ประมาณ 5 นาที แล้วล้างออก ทำวันละสองครั้ง เช้า-เย็น ฝ้าจะจางลงภายใน 10 วัน

       การรักษาฝ้าที่ถูกต้องต้องทายาให้สม่ำเสมอและต่อเนื่อง จนกว่าฝ้าจะจางลงโดยให้ทาในส่วนที่เป็นฝ้า ก่อนนอนทุกคืน เมื่อรอยฝ้าจางหายไปแล้วให้ทาสัปดาห์ละ 1- 2 ครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้ ฝ้าเกิดขึ้นได้อีก

 

วิธีดูแลผิวหน้าแห้ง

       ผู้หญิงที่มีผิวหน้าแห้ง คือมีผิวหน้าที่ไม่สามารถรักษาความชุ่มชื้นไว้ได้ ทำให้หน้าดูแห้งและบางทีอาจจะถึงขนาดลอกเป็นขลุย ผู้หญิงผิวแห้งมีโอกาสเกิดรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าได้ก่อนวัยอันควรมากกว่าผู้หญิงที่มีผิวหน้าแบบอื่น แต่ข้อดีของผู้หญิงที่มีผิวหน้าแห้งก็คือจะมีสิวน้อย และ รูขุมขนเล็กกว่าผู้หญิงที่มีสภาพผิวแบบอื่น

 

ข้อควรดูแลผิวหน้าสำหรับสาวผิวแห้ง
       ผิวแห้งเป็นปัญหาที่เกิดจากผิวขาดวิตามินและความชุ่มชื้น โดยเฉพาะในช่วงหน้าหนาวนี้ยิ่งแล้วใหญ่ อากาศหนาวจะทำให้ผิวของคุณแห้งยิ่งกว่าเดิม นอกจากคุณจะบำรุงผิวด้วยครีมบำรุงแล้วก็ควรที่จะดื่มน้ำให้มากๆ เพื่อผิวแห้งจะได้ชุ่มชื้นขึ้น
การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวนี่เป็นเรื่องที่ควรคำนึงถึงใช่ย่อย แทนที่คุณสาวๆ ผิวแห้งจะใช้ผลิตภัณฑ์แบบต้องใช้น้ำเปล่าล้างเหมือนเคย ลองเปลี่ยนมาเป็นประเภทน้ำนมทำความสะอาดผิวดู เพราะนอกจากจะช่วยทำความสะอาดเครื่องสำอางและสลายเซลล์ผิวเก่าแล้ว ยังช่วยให้คุณสาวๆ ผิวนุ่มชุ่มชื่นขึ้นด้วย

 

วิธีการดูแลผิวแห้ง

- คุณผู้หญิงทั้งหลายควรหลีกเลี่ยงการใช้โลชั่นเช็ดผิว เพราะจะทำให้ผิวยิ่งแห้งมากขึ้น

- ล้างหน้าให้น้อยครั้งที่สุด ควรเลือกใช้ครีมล้างหน้าที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอร์ไรเซอร์ ซึ่งจะรู้สึกผิวลื่น

- หลังล้างหน้าก่อนนอนควรบำรุงผิวหน้าด้วยครีมบำรุงผิวที่เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า ถ้าผิวแห้งมากอาจจะใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ในช่วงเช้าและกลางวันด้วยก็ได้ค่ะ

 

บำรุงผิวหน้าแห้งด้วยมะละกอ

       ใช้มะละกอสุก 1 ชิ้น เครื่องปั่น ที่คาดผมหรือหมวกคลุมผม 
จากนั้น ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นกับสบู่หรือโฟมล้างหน้าให้สะอาด แล้วซับให้แห้งด้วยผ้าขนหนู ใช้หมวกคลุมผมหรือที่คาดผมเก็บผมให้เรียบร้อย ปั่นมะละกอให้ละเอียด นำมะละกอมาพอกให้ทั่วใบหน้า ขณะกำลังพอกให้ใช้ปลายนิ้วนวดคลึงใบหน้าไปเรื่อย เมื่อพอกเสร็จแล้ว ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นให้สะอาด ถ้าอยากให้ได้ผลดี ควรทำเป็นประจำอาทิตย์ละครั้ง เพื่อไม่ให้ความแห้งกร้านมาเยือนใบหน้าของคุณสาวๆ

 

วิธีดูแลผิวหน้าด้วยธรรมชาติ

ทุกวันนี้ผิวหน้าเราโดนทำร้ายจากสารเคมีมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด หรือมลภาวะต่างๆ ถึงเวลา เพิ่มเติมความสดใสคืนสู่ผิวหน้ากันแล้ว สำหรับหนุ่มสาวที่อยากหน้าใสสวยเด้ง เรามีสูตรมาร์คหน้าง่ายๆ ด้วยการดูแลผิวหน้าด้วยธรรมชาติ ที่จะทำให้หน้าขาวใส มาฝากกันโดยใช้ผลไม้มาเป็นส่วนประกอบหลัก

- สูตรน้ำผึ้งผสมมะนาว

ส่วนผสม  น้ำผึ้ง 1 ถ้วย น้ำมะนาว 1 ช้อนชา ผสมน้ำผึ้งกับน้ำมะนาวให้เข้ากัน นำมานวดให้ทั่วใบหน้าประมาณ 15 นาที หลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด

- สูตรแอปเปิ้ล

ส่วนผสม: แอปเปิ้ล ปอกเปลือกแล้วคว้านเอาเฉพาะเนื้อ น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ นำเนื้อแอปเปิ้ลมาปั่นรวมกับน้ำผึ้ง ทาให้ทั่วใบหน้าแล้วนวดเบาๆ ทิ้งไว้ 15 นาที หลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำเย็น สูตรนี้จะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออก เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าเรา

- สูตรผลัดผิวกระจ่างใส
ส่วนผสม มะละกอ สูตรนี้ใช้เพียงมะละกอสุกอย่างเดียว นำมะละกอสุกประมาณ 1/4 ถ้วยมาปั่นให้ละเอียดแล้วนำมาพอกหน้าทิ้งเอาไว้ประมาณ 15 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด

- สูตรไข่ไก่+มะนาว

ส่วนผสม  ไข่ไก่ 1ฟอก เอาเฉพาะไข่ขาว มะนาว 1 ลูก

นำไข่ไก่กับมะนาวมาผสมให้เข้ากัน พอกให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยสะอาด

 - สูตรมากส์หน้าเพื่อความชุ่มชื้น
ส่วนผสม งา 1 ช้อนชา น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ และกล้วยหอม 1 ผล

นำงา 1 ช้อนชา น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ และกล้วยหอม 1 ผลมาผสมและปั่นรวมกันให้เป็นเนื้อเนียนละเอียด จากนั้นนำมาพอกให้ทั่วบริเวณใบหน้าและทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วจึงค่อยล้างออกด้วยน้ำอุ่น

 - สูตรแตงกวา

ส่วนผสม: แตงกวา 1 ผล หั่นแตงกวาเป็น ชิ้นบางๆ ไข่ไก่ 1 ฟอง(เฉพาะไข่ขาว) น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ นำแตงกวา ไข่ไก่ และมะนาว ไปปั่นจนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน นำมาพอกให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วจึงล้างออก ทำทุกสัปดาห์ จะช่วยลดความมันส่วนเกิน และยังช่วยกระชับรูขุมขน บนผิวหน้าจะ ดูเนียนเรียบและชุ่มชื้น

 - อบไอน้ำผิวหน้า

เป็นการทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่อุดตันอยู่ในรูขุมขนอย่างลึกซึ้ง ช่วยทั้งเรื่องของผิวสะอาดสว่างใส และช่วยขจัดสิวไปพร้อมกัน

 

การแก้ปัญหาผิวหน้ามัน

 

เรื่องหน้ามัน เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในช่วงวัยรุ่น เนื่องจากมีอิทธิพลของฮอร์โมนเพศที่เพิ่มขึ้นไปกระตุ้นต่อมไขมันให้ทำงานมากขึ้น แต่บางคนคิดว่าตัวเองพ้นวัยรุ่นมานานแล้ว แต่ปัญหาหน้ามันไม่หายสักที เพราะยังมีปัจจัยอีกหลายอย่าง ที่ส่งผลต่อความมันบนใบหน้า ความเครียด การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น ในหญิงมีครรภ์ ความร้อน และการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ไม่เหมาะสม ส่วนความเชื่อที่ว่าการรับประทานของมันๆ เช่น ขาหมู ไอศกรีม กะทิ แล้วจะทำให้หน้ามันนั้นเป็นการเข้าใจผิดค่ะ เพราะเป็นไขมันคนละชนิด กับที่หลั่งออกมาสู่ผิวหนัง ปัญหาที่พบคู่กันกับคนหน้ามัน คือ รูขุมขนกว้าง ซึ่งจะสัมพันธ์กับปริมาณไขมันที่ผลิตจากต่อมไขมัน และหลั่งออกสู่ผิวหนังที่มากขึ้น เพราะถ้าไขมันเหล่านี้ไม่สามารถระบายออกไปได้ ก็จะเกิดการอุดตันเกิดเป็นสิวตามมาให้กลุ้ม

เคล็ดลับการบำรุงผิวหน้ามัน

เมื่อพูดถึงเรื่องของสุขภาพหน้า , การบำรุงผิวหน้า , การดูแลผิวหน้า โดยเฉพาะ ผิวหน้ามัน ไม่ว่าผู้หญิง หรือ ผู้ชาย ก็ควรใส่ใจดูแล เพราะถ้าหากใบหน้าของคุณมีความมัน  ควรบำรุงด้วยสูตรนี้ทุกๆ 10 วันต่อ 1 ครั้ง  ด้วย แตงกวา  มะนาว  และไข่  ซึ่งไม่มีสารเคมีใดๆ ที่จะทำให้คุณแพ้ หรือเกิดอาการระคายเคืองได้อย่างแน่นอน

- เตรียมแตงกวา 2 ผล ปอกเปลือกแล้วล้างให้สะอาด

- นำมาปั่นให้ละเอียดผสมกับ น้ำมะนาว  ครึ่งช้อนโต๊ะ  และไข่ไก่ 2 ฟอง (คัดเอาแต่ไข่ขาว)

- เมื่อปั่นจนผสมกันดีแล้วนำมาชโลมให้ทั่วใบหน้า  เว้นรอบริมฝีปากและตา ควรทำหน้านิ่ง ๆ ไว้สักพัก แล้วจึงล้างหน้าออกให้สะอาดด้วยน้ำอุ่น

- ควรล้างหน้าให้สะอาดวันละ 2-3 ครั้ง เพราะการล้างหน้าบ่อยเกินไป อาจจะทำให้ผิวหน้าระคายเคืองได้ ในระหว่างวันถ้ารู้สึกรำคาญหน้ามันก็อาจใช้กระดาษซับมันช่วยได้ สบู่หรือโฟมที่เลือกใช้ควรผลิตสำหรับผิวมันโดยเฉพาะ หรืออาจใช้เป็นสบู่เด็ก ไม่ควรใช้สบู่ที่ฟอกแล้วทำให้หน้าตึงมาก
- ครีมบำรุงหรือครีมให้ความชุ่มชื้น ควรเลือกชนิดปราศจากน้ำมัน และไม่ทำอุดตันรูขุมขน ควรมีสารป้องกันแสงยูวีที่จะมาทำลายผิว
- การแต่งหน้า ถ้าเป็นไปได้แป้งที่เหมาะสม สำหรับคนหน้ามันก็คือแป้งฝุ่น แต่ถ้าจำเป็นต้องแต่งหน้าก็อาจใช้แป้งฝุ่นก่อนจึงค่อยแต่งหน้า การเลือกใช้รองพื้นควรใช้ชนิดที่มีส่วนผสมเป็นน้ำ และปราศจากน้ำมัน

เพียงเท่านี้ก็สามารถลดความมันบนใบหน้าให้น้อยลงได้แล้ว เพราะจะช่วยกระชับรูขุขนให้ระเอียดขึ้นด้วย  และอาจจะใช้สัปปะรด ฝานบางๆ แช่เย็นไว้ แล้วนำมาวางบนหน้า ซัก 10 นาทีต่อ ก็จะช่วยเรื่องหน้ามันได้อีกด้วยค่ะ ขอแนะนำว่าอาทิตย์นึงทำซักครั้งก็พอนะคะ รับรองว่านานผิวหน้าคุณๆ ก็จะสดใส เนียนนุ่ม และไม่มันได้แน่นอนค่ะ

 

การดูแลผิวหน้า

เราทุกคนสามารถดูแลผิวหน้าตัวเองให้เด็กลงได้ด้วยการดูแลรักษา สุขภาพทั้งจิตใจและทางร่างกาย อย่าปล่อยให้ผิวหน้าหมองคล่ำ เพราะขาดการใส่ใจดูแล ควรหาเวลาดูแลผิวหน้าให้สวยใสได้ ด้วยสูตรสมุนไพรธรรมชาติ ที่หาง่ายๆตามบ้านเรา

1.ขจัดสิวเสี้ยน

ส่วนผสม มะเขือเทศ 1 ลูก สตอเบอรี่ 5 ลูก น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ ผสมให้เข้ากัน ทาให้ทั่วใบหน้า นวดเบาๆ บริเวณที่มีสิวเสี้ยน  10 – 15 นาที แล้วเช็ดออก ล้างหน้าด้วยน้ำเย็น ทำ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์

2.หน้าขาวกระจ่างใส

ส่วนผสม มะเขือเทศ 1 ลูก น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ นมสด 2 ช้อนโต๊ะ น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ ผสมให้เข้ากันทาให้ทั่วบริเวณใบหน้า ขัดเบาๆ 5-10 นาที แล้วเช็ดออก ล้างด้วยน้ำเย็น ทำ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์

3.กระชับรูขุมขน

ส่วนผสม น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ ผสมไข่ขาว 1 ฟอง คนให้เข้ากัน ทาให้ทั่วใบหน้า นวดเบาๆเพียง 5 นาที ทิ้งไว้ ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น ทำ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ เพียงแค่นี้รูขูมขนเราก้เล็กลงแร๊วค่ะ

4.ผิวหน้าเนียนนุ่ม

ส่วนผสม ฝักทอง 2 ถ้วย มะละกอ 2 ถ้วย ไข่ไก่ 1 ฟอง ผสมให้เข้ากัน ล้างหน้าให้สะอาด เช็ดให้พอหมาด นำส่วนผสมที่เตรียมไว้พอกให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น สูตรนี้ทำได้เพียงอาทิตย์ละครั้งค่ะ

ข้อควรหลีกเลี้ยง

 

1.อย่าอยู่ใกล้ควันบุหรี่ คนที่อยู่ใกล้ๆ ควันบุหรี่จะดูแก่กว่าอายุจริงราวๆ 5-6 ปี ซึ่งพอๆกับคนที่สูบ   บุหรี่เป็น ประจำ

2.อย่าอด อาหารเช้าควรบริโภคมื้อเช้าทุกวัน เพราะสารอาหารจะช่วยกระตูนสารในร่างกายของเรา จะช่วยให้เราดูเด็กกว่าอายุจริงๆ ลงได้ 1-2 ปี

3.งดบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เพราะ การดื่มแอลกอฮอล์ จะทำให้เราดูแก่กว่าอายุจริง 3-5 ปีเลยทีเดียว

4.หยุดสูบบุหรี่ เพราะคนที่สูบบุหรี่เป็นประจำ จะทำให้หน้าตาดูแก่กว่าอายุจริง 7-8 ปี ไม่เฉพาะแค่หน้าตาเท่านั้น ยังทำร้ายตับและไตอีกด้วย

 

 

 

http://webboard.yenta4.com/topic/523585

http://www.108health.com/108health/topic_detail.php?mtopic_id=2334&sub_id=8&ref_main_id=1