การบำรุงผิวหน้าสำหรับผู้ชาย

การบำรุงผิวกับผู้ชาย ถ้าเป็นในสมัยก่อนอาจจะไม่ค่อยคุ้นหูนัก แต่ในปัจจุบันนั้นผู้ชายส่วนใหญ่ก็ได้หันมาให้ความสนใจกับผิวหน้ากันมากขึ้น แต่หากว่าก็ยังมีผู้ชายเป็นจำนวนมากที่ไม่รู้ขั้นตอนในการดูแลผิวหน้าอย่างถูกวิธี วันนี้เราเลยมี 4 ขั้นตอนง่ายๆ สำหรับการดูแลผิวหน้าที่ถูกวิธีมาแนะนำครับ

ขั้นแรก เป็นขั้นของการทำความสะอาดผิว หรือ ล้างหน้า – การล้างหน้านั้นถือเป็นสิ่งจำเป็นมากที่สุด เนื่องจากกิจวัตรของผู้ชายในแต่ละวันที่ทำให้ต้องเจอฝุ่นละอองและมลพิษจำนวนมาก หากการล้างหน้าไม่สะอาดนั้นก็อาจะทำให้เกิดปัญหาผิวต่างๆตามมา เช่น สิว ผิวอักเสบ ผิวแพ้ง่าย ดังนั้นการล้างหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆของการดูและผิว การล้างหน้าเราควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล เช่น ถ้าเป็นคนผิวมัน ควรเลือกเป็น เจลล้างหน้าเพื่อไม่ให้เกิดการอุดตันและก่อให้เกิดสิว ผิวแห้งก็ควรจะเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทำให้ผิวหน้าแห้งตึง ไม่มีน้ำหอมและแอลกอฮอล์ เนื่องจากผิวแห้งนั้นมีโอกาสสูงมากที่จะแพ้ง่ายมากกว่าคนผิวมัน

ขั้นที่สอง เป็นขั้นตอนของการปรับสภาพผิวเพื่อเตรียมรับการบำรุง การเตรียมสภาพผิวนั้นจะเป็นการเช็ดหน้าด้วยโทนเนอร์ ซึ่งจะมีอยู่ 2 ประเภทคือ ขจัดสิ่งสกปรก ฝุ่นละออง น้ำมันส่วนเกิด ที่ตกค้างอยู่จากการล้างหน้า ซึ่งโทรเนอร์ประเภทนี้จะเหมาะกับผู้ที่มีผิวมัน ผสม และธรรมดา โทนเนอร์แบบที่สองคือบำรุงผิว โทรเนอร์ชนิดนี้จะมีส่วนผสมของวิตามิน เกลือแร่ และสารให้ความชุ่มชื้น

ขั้นที่สาม ขั้นของการบำรุงผิว โดยปกติครีมบำรุงผิวนั้นจะมี 2 แบบคือ แบบกลางวันและกลางคืน แต่ในปัจจุบันก็ได้มีการพัฒนาครีมสำหรับผู้ชายที่ใช้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืนเป็นแบบออลอินวันไว้ในหลอดเดียว ซึ่งโดยปกติครีมบำรุงผิวนั้นจะเป็นการให้ความชุ่มชื้นกับผิวโดยผิวมันควรจะใช้ผลิตภัทณ์ที่มีลักษณะเป็นเจลบำรุงผิว

การแพ้ผลิตภัณฑ์หรือเครื่องสำอาง

ถ้าจะพูดถึงเรื่องของการดูแลผิวพรรณแล้ว ผู้คนส่วนใหญ่ก็มักจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างดี จากผลการตอบรับผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ออกสู่ท้องตลาด ทั้งจากคนรอบข้างและกระแสของสื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์ ทั้งแบรนด์เนมและที่ไม่ใช่แบรนเนม ในแต่ละคนก็มักจะมีผลิตภัณฑ์ที่ชอบและใช้ดูแลความงามของตัวเองอยู่เป็นประจำมากกว่า 2-3 ชนิดในเวลาเดียวกัน

ซึ่งการเกิดการแพ้ผลิตภัณฑ์หรือเครื่องสำอางอาจเกิดได้ 2 ลักษณะ ขึ้นอยู่กับชนิดของสารที่เป็นสาเหตุกลไกในการเกิดผื่นและลักษณะพื้นฐานของผิวของแต่ละบุคคล โดยมีลักษณะของผื่น ผิวหนังอักเสบคือ..

1. การระคายเคือง อาจมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น แสบร้อน อาการยุบยิบผิวหนังบริเวณที่สัมผัสกับผลิตภัณฑ์หรือเครื่องสำอาง อาการคันมักจะตามมาทีหลังหรือถ้ามีอาการมากขึ้น ก็อาจเกิดเป็นผื่นผิวหนังอักเสบได้ ซึ่งอาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นในระยะเวลาสั้นๆ และกับทุกเพศทุกวัย

2. การแพ้ ส่วนมากจะมีอาการคันนำมาก่อนอาการอื่น ซึ่งอาจเกิดหลังจากใช้ผลิตภัณฑ์เป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว เช่น เป็นสัปดาห์ เป็นเดือน หรือเป็นปีหลังจากใช้ อาการที่พบร่วมด้วย เช่น ตุ่มแดง ผื่นแดงในบริเวณผิวที่ใช้ผลิตภัณฑ์นั้นๆ หากยังคงใช้ต่อไปอีก ก็จะมีอาการมากขึ้นได้

3. การเกิดผื่นลมพิษ จะเกิดอาการในเวลาสั้นๆ หลังการใช้ผลิตภัณฑ์ ผิวหนังมักมีอาการบวมแดงร่วมกับอาการคันอย่างมาก ระยะเวลาการเกิดผื่นค่อนข้างรวดเร็ว สารที่เป็นสาเหตุจะเป็นสารที่มีคุณสมบัติในการก่อให้เกิดลมพิษจากการสัมผัส

ในกรณีที่ไม่แน่ใจว่าอาการที่เกิดขึ้นจะเป็นอาการผื่นแพ้เครื่องสำอางหรือไม่ แนะนำให้หยุดใช้ผลิตภัณฑ์นั้นๆ ไปก่อน ถ้าอาการดีขึ้นก็เป็นไปได้ค่อนข้างมากว่ามีสาเหตุมาจากการใช้เครื่องสำอาง แต่ถ้ายังไม่ขึ้น ควรไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนัง เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย และทำการรักษาจะดีกว่า

โยเกิร์ตพอกหน้า สวยสดใสได้ทุกวัน

ในกลุ่มสาว ๆ ที่รักสุขภาพและดูแลตัวเองอย่างเป็นประจำ น่าจะพอทราบกันดีอยู่แล้วว่าโยเกิร์ต คือ อาวุธลับที่ช่วยสร้างผิวสวยได้ตั้งแต่หัวจรดเท้า เพราะนอกจากจะนำมารับประทานแล้วยังสามารถนำมาพอกบำรุงผิวหน้าได้อีกด้วย เหมาะสำหรับใครที่มีปัญหาผิวหน้าไม่สดใสหมองคล้ำและต้องการฟื้นฟูผิวหน้าให้เนียนสดใส วันนี้มีวิธีแก้ปัญหาผิวอย่างอ่อนโยนด้วยการใช้โยเกิร์ตพอกหน้ามาฝากกันค่ะ

โยเกิร์ตให้ประโยชน์อะไรกับผิวหน้า : ในโยเกิร์ตมีจุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัสและแลคติค ที่ช่วยกำจัดสิ่งปกปรกบนรูขุมขน ลดสิวผดและความมันให้น้อยลง ทั้งยังมีวิตามินบีที่ช่วยบำรุงผิวหน้าให้ชุ่มชื่น เนียนสดใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เปลี่ยนผิวหน้าที่เคยหมองคล้ำหยาบกร้านให้สวยขึ้นได้ โดยไม่ต้องเสียสตางค์ไปลงคอร์สทรีทเม้นท์และครีมแพง ๆ อีกด้วย

วิธีการพอกหน้าด้วยโยเกิร์ต : เตรียมล้างทำความสะอาดผิวหน้าและมือให้สะอาด จากนั้นให้เลือกใช้โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย (อาจแช่ตู้เย็นเพื่อเพิ่มความสดชื่นในที่ขณะพอกหน้า) ทาให้ทั่วใบหน้าแล้วจึงใช้ปลายนิ้วนวดเบา ๆ ประมาณ 20 นาทีหรือรอจนแห้ง แล้วล้างออกให้สะอาดด้วยน้ำอุ่น ซึ่งวิธีนี้สามารถพอกบำรุงผิวหน้าได้ทุกวันและอาจเพิ่มวัตถุดิบอื่น ๆ ลงไป เช่น น้ำผึ้ง ข้าวโอ้ต เกลือ ผสมลงไปกับโยเกิร์ตเล็กน้อย

เอาเป็นว่า ใครอยากมีผิวหน้าสวยใสอย่างปลอดภัย ในราคาย่อมเยาว์แล้วล่ะก็ คงต้องรีบหาโยเกิร์ตมาตุนไว้ในตู้เย็นกันหน่อยแล้ว

เลือกรองพื้นที่ผสมแร่ธาตุและวิตามินจากธรรมชาติ อย่าง น้ำแร่ ซิงค์ ออกไซด์และวิตามินซี ที่จะทำเข้ามาช่วยดูดซับความมันส่วนเกินบนใบหน้าได้เป็นยังดี อีกทั้งวิตามินซีก็จะช่วยทำให้ผิวดูกระจ่างใส เปล่งปลั่งไม่หม่นหมอง

รองพื้นสำหรับผิวมัน เลือกอย่างไรให้เหมาะกับสาวหน้ามัน

นอกเหนือจากครีมบำรุงผิวหลากหลายชนิดที่สาว ๆ เลือกใช้เพื่อปกป้องบำรุงผิวหน้าให้สวยใสดูดีอยู่เป็นประจำทุกเช้าแล้ว รองพื้นก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่หลาย ๆ คนให้ความสำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะสำหรับสาวผิวมัน ยิ่งจำเป็นจะต้องมองหาผลิตภัณฑ์รองพื้นที่เหมาะกับผิวเป็นอย่างมาก ซึ่งส่วนใหญ่แล้วสาวผิวมันมักมีรูขุมขนกว้างและมีผิวที่เคลือบไปด้วยน้ำมัน โดยเฉพาะในบริเวณจมูก แก้ม หน้าและปาก อันเกิดจากต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากเกินไป ดังนั้นจึงควรเลือกรองพื้นที่เหมาะกับผิวหน้ามันได้ ดังต่อไปนี้

เลือกรองพื้นสูตรน้ำหรือรองพื้นสูตรเจล เนื่องจากรองพื้น 2 เนื้อนี้จะมีความบางเบา สามารถปกปิดร่องรูขุมขนบนใบหน้าได้อย่างพอเหมาะ ทั้งยังทนน้ำ ทนเหงื่อได้ดี ไม่ทำให้รองพื้นหลุดลอกได้ง่ายในระหว่างวัน

เลือกรองพื้นแบบออยล์ฟรี ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน น้ำหอมและแอลกอฮอล์ สาวผิวมันควรหลีกเลี่ยงรองพื้นที่มีมอยส์เจอไรเซอร์บำรุงและมีความชุ่มชื่น เพราะนอกจากจะทำให้หน้ามันเพิ่มขึ้นแล้ว ยังอาจทำให้อุดตันในรูขุมขนจนอาจเกิดสิวได้

เลือกรองพื้นที่ผสมแร่ธาตุและวิตามินจากธรรมชาติ อย่าง น้ำแร่ ซิงค์ ออกไซด์และวิตามินซี ที่จะทำเข้ามาช่วยดูดซับความมันส่วนเกินบนใบหน้าได้เป็นยังดี อีกทั้งวิตามินซีก็จะช่วยทำให้ผิวดูกระจ่างใส เปล่งปลั่งไม่หม่นหมอง

           วิธีดูแลผิว สำหรับสาวหน้ามัน

ใช้ครีมบำรุงผิว ครีมกันแดดให้เหมาะสมกับผิวมัน ใช่ว่าเป็นสาวผิวมันแล้วจะไม่ต้องบำรุงผิวให้ชุ่มชื่นนะคะ สาว ๆ สามารถเลือกใช้เป็นเซรั่ม โลชั่น หรือโทนเนอร์ที่ช่วยควบคุมความมันและบำรุงผิวหน้าให้ชุ่มชื่นอย่างพอเหมาะแทนมอยส์เจอไรเซอร์ แล้วอย่าลืมเลือกปกป้องผิวด้วยครีมกันแดดแบบออยล์ฟรีก่อนออกจากบ้านด้วยนะคะ

อย่าปล่อยให้มีสิ่งตกค้างอยู่บนผิวหน้าเป็นเวลานาน ๆ เมื่อกลับมาถึงบ้าน ให้รีบล้างหน้าทำความสะอาดด้วยคลีนซิ่งและเจลล้างหน้าเป็นประจำ เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้มีน้ำมันและคราบเครื่องสำอางตกหล่นจนอาจก่อให้เกิดการอุดตันได้

หมั่นมาส์ก พอกหน้าด้วยโคลนหรือสมุนไพร อย่าง มะขามเปียกและขมิ้นสัปดาห์ละ 1- 2 ครั้ง เพราะจะช่วยผลัดเซลล์ผิวหน้าที่ตายแล้วและยังช่วยกระชับรูขุมขนให้เล็กลงได้

เลือกรับประทานผัก ผลไม้และน้ำเปล่าให้มากขึ้น แล้วลดอาหารมัน ๆ และของทอดให้น้อยลง เพราะอาหารจะยิ่งทำให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น

ขัดผิวหน้าให้สวยเริ่ดได้ด้วยกากกาแฟ

สาว ๆ คนไหนที่ชื่นชอบการสครับบำรุงผิวให้นวลเนียนสดใสอยู่เป็นประจำ เชื่อว่าจะต้องรู้จักกับกากกาแฟ กันอย่างแน่นอน แม้จะเป็นของที่เหลือทิ้งจากกระบวนการทำกาแฟสดแต่ก็มีคุณประโยชน์อย่างล้นเหลือ ทั้งนำมาสครับบำรุงผิวสวยหรือใส่กระถางต้นไม้เพื่อเป็นปุ๋ยบำรุงให้ต้นไม้แข็งแรงได้ด้วย สำหรับใครที่สนใจอยากรู้ว่าสครับจากกากกาแฟนี้จะมีวิธีการและดีกับผิวอย่างไรบ้างนั้น

สูตรลับผิวพรรณสวยสดใสจากกากกาแฟ : สาว ๆ ควรเลือกใช้กากกาแฟที่แห้งสะอาดและยังมีกลิ่นหอมจากกาแฟเจือจางอยู่ ไม่ควรเลือกกากกาแฟที่เก็บไว้นานมากจนเกินไป เพราะตัวกาแฟอาจเกิดเชื้อราได้ แนะนำว่าควรใช้สูตรสครับจากกากกาแฟให้หมดภายในครั้งเดียวแบบไม่ต้องเก็บไว้ใช้ในวันอื่น

กากกาแฟ 1 ถ้วย + นมสด½  ถ้วย + น้ำผึ้ง ¼ ถ้วย

ผสมทั้งหมดให้เข้ากันทั้งกากกาแฟ นมสดและน้ำผึ้ง แล้วนำมาขัดนวดวนเบา ๆ ลงบนผิวที่เปียกน้ำสักเล็กน้อย (เพื่อป้องกันไม่ให้แสบเมื่อถูนวดกับผิว) แล้วทาทิ้งไว้ประมาณ 20 – 30 นาที สูตรนี้ช่วยเพิ่มความเนียนนุ่มของผิวให้ดูอ่อนเยาว์มากยิ่งขึ้น

กากกาแฟ 1 ถ้วย + ขมิ้น 2 ช้อนโต๊ะ + โยเกิร์ต 1 ถ้วย

เตรียมส่วนผสมทั้งหมดแล้วคนให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นให้นวดลงบนผิวอย่างเบามือ ใช้ขัดผิวระหว่างอาบน้ำ ทิ้งไว้ประมาณ 15 – 30 นาที ทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้ง จะช่วยให้ผิวที่รอยสิว รอยจุดด่างดำหรือผิวหม่นหมองดูขาวสดใสขึ้นได้

กากกาแฟขัดผิวสวย เห็นผลจริงได้มากน้อยแค่ไหน..

จะสังเกตได้ว่าเมื่อสาว ๆ ทำการขัด นวดผิวด้วยกากกาแฟแล้วนั้น ผิวบริเวณที่ขัดจะดูนุ่ม เนียนและกระจ่างใสขึ้นจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากสารต้านอนุมูลอิสระและคาเฟอีนที่มีอยู่ในกาแฟนั้นจะไปทำหน้าที่กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวให้เปล่งปลั่ง รวมไปถึงยังช่วยดูดซับสารพิษและขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้ดูเกลี้ยงเกลาขึ้นได้

ดังนั้น หากสาว ๆ คนไหนอยากมีผิวสวยดูดีและเนียนใส กากกาแฟก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยนะคะ :)

ย้ำให้ชัดอีกที 7 วิธีสวยทางลัดแบบนี้ห้ามทำเด็ดขาด!

เรื่องสวยไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับผู้หญิงเสมอไป เพราะบางครั้งเราก็ต้องเสียเวลาประดิษฐ์ประดอยกับมันอยู่เป็นนานสองนาน พอเป็นอย่างนี้แล้วก็เลยอยากจะหาทางลัดให้สวยเร็วสวยไวแต่เป๊ะทันใจที่ตามต้องการ แต่วิธีบางอย่างก็ไม่ใช่วิธีที่ถูกเสมอ และนี่เป็น 7 วิธีสวยทางลัด ที่ขอหยิบยกมาย้ำกันให้ชัด ๆ ว่าอย่าทำ เพราะมันไม่เวิร์คเลยจริง ๆ จ้า

1. ใช้ความร้อนกับผมตอนผมเปียก

คุณอาจอยากย่นระยะเวลาที่จะให้ผมที่เพิ่งสระมาแห้งไว้ ๆ ด้วยการใช้ไดร์หรือที่หนีบผม หวังว่าความร้อนจะช่วยให้ผมแห้งได้เร็วขึ้น และได้จัดทรงไปด้วยเลยในตัว แต่ขอบอกว่าคิดผิดถนัดเลยค่ะ ผมของเรานั้นอ่อนแอที่สุดขณะมันกำลังเปียก และยิ่งเอาความร้อนไปประโคมใส่ โมเลกุลของน้ำที่ร้อนขึ้นก็ระเหยออกไป และนำพาความชุ่มชื้นออกจากเส้นผมไปด้วย ผมจึงยิ่งเสีย แห้งกรอบง่ายกว่าเดิม

2. นอนหลับไปทั้งที่ยังแต่งหน้า

หลังจากท่องราตรี หรือแม้แต่ทำโอทีมาเหน็ดเหนื่อยจนสายตัวแทบขาด สิ่งที่คุณต้องการในตอนนี้คือการนอนหลับให้เต็มอิ่ม จะได้ตื่นมาอย่างสดใสหน้าตาก็สดชื่น ว่าแต่เรื่องพวกนี้จะสำคัญกว่าการที่คุณได้ล้างเครื่องสำอางก่อนนอนเลยหรือคะ รู้ไหมว่าถึงแม้คุณจะได้นอนเต็มอิ่ม แต่ถ้านอนไปทั้ง ๆ ที่มีเครื่องสำอางแบบนั้น โอกาสที่จะตื่นมาแล้วพบกับผิวหน้าที่ดูหมอง รวมทั้งสิวที่อาจผุดขึ้นมาก็มีสูง เสียเวลาแค่นิดเดียวมาลบเมคอัพออกไปแล้วค่อยนอนดีกว่านะ

3. บีบสิว

เม็ดสิวที่กำลังเป่ง ๆ อวดตัวอยู่บนผิวหน้า ช่างเป็นที่ระคายสายตาจริง ๆ แต่ถ้าคุณเลือกจะกำจัดสิวด้วยการบีบแคะแกะงัดมันออกไปล่ะก็ ขอบอกว่าผลที่ได้จะยิ่งเลวร้ายกว่าเก่าเสียอีก เพราะคราวนี้จะไม่ได้มีแค่เม็ดสิว แต่จะกลายเป็นจ้ำแดง เป็นแผล หรือไม่ก็อักเสบเป็นหัวสิวที่ใหญ่กว่าเดิม หันมาใจเย็นคอยแต้มยารักษาความสะอาดดีกว่าไหมคะ ถึงจะค่อยเป็นค่อยไป แต่ก็อ่อนโยนกับผิวหน้า และไม่ต้องกังวลกับสิวอักเสบเจ็บระบมที่จะตามมาด้วย

4. ไม่ใช้ครีมกันแดด

มีนัดกับคุณผู้ชายทั้งทีต้องเตรียมตัวดี ๆ สักหน่อย แต่ดันทุ่มเวลาไปกับการเลือกเสื้อผ้าแต่งหน้าทำผมเยอะเกินไป จนใกล้จะออกจากบ้านแล้วก็เพิ่งนึกออกว่าลืมทาครีมกันแดด จะให้กลับเข้าไปทาตอนนี้ก็กลัวจะไปไม่ทันตามนัด งั้นก็เลยตามเลยแล้วกัน ไม่ทาสักวันก็ไปเป็นไร .. ใครทำอย่างนี้แล้วจะต้องเสียใจ เพราะจากที่ออกจากบ้านไปสวย ๆ แต่แค่เผชิญแดดกลับมาวันเดียวก็ทำให้ผิวของคุณดำคล้ำได้แล้วค่ะ และจะยิ่งแย่ที่สุดเมื่อพบว่าผิวข้างในและนอกร่มผ้าคล้ำไม่เท่ากัน ทำให้ใส่เสื้อผ้าแบบเผยผิวได้ไม่สวยเลย

5. ละเลยการทำความสะอาดอุปกรณ์แต่งหน้า

อยากสวยแต่ไม่อยากเสียเวลา แม้กระทั่งการล้างอุปกรณ์แต่งหน้า เพราะคิดว่าล้าง ๆ ไปสะอาดได้ไม่เท่าไหร่เดี๋ยวก็ต้องสกปรกอีก ถ้าอย่างงั้นขอไม่ต้องล้างเลยแล้วกัน ใช้จนเน่าแล้วค่อยซื้อกันใหม่ทีเดียวดีกว่า ขอบอกว่าทำตัวไม่น่ารักเลยนะ เพราะเครื่องสำอางที่ตกค้างเมื่อผสมรวมกับความมันและเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วจากผิวหน้า จะกลายเป็นอาหารอันโอชะของเหล่าแบคทีเรียที่จะพากันมาเติบโตอยู่ในอุปกรณ์แต่งหน้าของคุณ ทั้งแปรง พัฟ และฟองน้ำ เอามาใช้ปาดใช้ตบลงไปบนใบหน้าเมื่อไหร่ ก็เท่ากับเอาแบคทีเรียมาป้ายทิ้งไว้บนผิวหน้าด้วย ถ้ามีนิสัยแบบนี้ก็ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมผิวหน้าของคุณจึงมีผื่นแดง ๆ เห่อขึ้นมาบ่อยจัง

6. โกนขนบนใบหน้า

ไรขนอ่อน ๆ บนใบหน้าเป็นอุปสรรคในการแต่งหน้าไม่น้อย ทำให้แต่งหน้าติดยากขึ้น ผิวดูไม่ใสเกลี้ยงเกลา แต่ถ้าคิดจะกำจัดมันด้วยการใช้มีดโกน เพราะมันทั้งเร็วและสะดวกล่ะก็ .. อย่าเด็ดขาดเชียวค่ะ แม้การกำจัดขนด้วยการโกนสะดวกและทันใจดีก็จริง แต่ถ้าเป็นขนบนผิวหน้าของคุณก็ควรจะยกเว้นไว้ดีกว่า เพราะว่าขนที่ขึ้นมาใหม่จะกลายเป็นเสี้ยนเล็ก ๆ สัมผัสแล้วให้ความรู้สึกสากมือ อีกทั้งยังเสี่ยงกับการเป็นแผลเพราะถูกมีดโกนบาด รวมทั้งเป็นผื่นไหม้เพราะใบมีดโกนด้วย

7. แต่งหน้าทับใบหน้าที่มีเมคอัพอยู่แล้ว

การเติมใบหน้าระหว่างวัน เพื่อให้เมคอัพสวยเป๊ะไปจนเย็น เป็นสิ่งที่สาว ๆ ที่แต่งหน้าทุกคนทำเป็นประจำ เรียกว่าเป็นการสวยทางลัดที่ไม่ต้องล้างหน้าแล้วเริ่มต้นแต่งหน้าใหม่ มันใช้ได้กับการเติมเครื่องสำอางเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างการปัดบลัช เติมคิ้ว เติมปาก เติมตา แต่ถ้าการเติมหน้าระหว่างวันของคุณหมายถึงการลงรองพื้น แต้มคอนซีลเลอร์ใหม่ หรือตบ (ปาด) แป้งอัดแข็งผสมรองพื้นประโคมเข้าไปไม่ยั้ง แบบนี้ก็ไม่โอเคแล้วล่ะค่ะ เพราะแทนที่จะสวย กลับดูเป็นคนแต่งหน้าหนา ยิ้มทีแป้งปริแตกเป็นแผ่น ๆ แถมโอกาสที่รูขุมขนจะอุดตันนำไปสู่ปัญหาสิวก็มีสูงมากด้วย

แต่งหน้าอย่างไร ให้สวยแบบไม่เป็นคราบ

ถือเป็นปัญหาแก้ไม่ตกสักทีกับเรื่องหน้ามันเยิ้มจนเกิดเป็นคราบแป้งขาว ๆ คราบเครื่องสำอา งติดอยู่บนหน้าจนแทบจะทำให้สาว ๆ หลายคนรู้สึกเสียความมั่นใจ และยิ่งในช่วงหน้าร้อนอย่างนี้ก็ยิ่งเป็นคราบหนักเข้าไปใหญ่ เฮ้อ..แล้วจะทำอย่างไรกันดีล่ะเนี่ย? ใครกำลังนั่งถอนอกถอนใจอยู่คราวนี้ห้ามพลาดเลยทีเดียวล่ะค่ะ เพราะว่ากระปุกดอทคอมมีเคล็ดลับการแต่งหน้าเพื่อป้องกันไม่ให้หน้าเป็นคราบมาฝากกันค่ะ

เตรียมผิวหน้าให้สดชื่นก่อนก่อนการแต่งหน้า

ถือเป็นเรื่องสำคัญมากที่สุดเลยก็ว่าได้ สำหรับขั้นตอนการเตรียมผิวหน้าให้พร้อมก่อนจะก้าวไปถึงขั้นตอนของการแต่งหน้า โดยเฉพาะสาว ๆ ที่นอนดึกตื่นเช้าก็แน่นอนว่าผิวคงเหนื่อยล้าตามสภาพร่างกายแน่ ๆ ดังนั้น แล้วสาว ๆ ควรเตรียมผิวให้ผ่องใส ชุ่มชื่นอย่างพอเหมาะด้วยสเปรย์น้ำแร่หรือนำน้ำแข็งมาลูบที่หน้าก็ได้ วิธีการเหล่านี้จะช่วยผิวตื่นตัวและกระชับรูขุมขนได้มากเลยทีเดียวล่ะค่ะ

 มองหาครีมบำรุงให้เหมาะสมกับสภาพผิว

ซึ่งก็ต้องเน้นย้ำกับสาว ๆ ว่าควรเลือกใช้โฟมล้างหน้า ครีมบำรุง ครีมกันแดดให้เหมาะสมกับสภาพผิว ผิวมัน ผิวแห้ง ผิวผสม เลือกให้ถูกและเข้ากันกับผิวหน้า อีกทั้งสาว ๆ ยังควรเลือกครีมบำรุงต่าง ๆ ที่มีส่วนประกอบของสารควบคุมความมัน กระชับร่องรูขุมขนอีกด้วย เช่น เลือกใช้ครีมกันแดดที่เป็นแบบ oil-free เป็นต้น

เลือกใช้เครื่องสำอางและแต่งหน้าในระดับที่พอดีไม่หนาหนักจนเกินไป

ควรเลือกเมคอัพเบสและรองพื้นที่ช่วยควบคุมความมัน ส่วนแป้งให้เลือกใช้แป้งอัดแข็งหรือแป้งฝุ่นที่มีเนื้อบางเบาปัดด้วยแปรงหรือตบลงไปเบา ๆ ไม่ต้องหนาเพราะอาจเติมแป้งลงไปเพิ่มในระหว่างวันได้อีก เท่านี้ก็ช่วยลดการเกิดคราบและหน้ามันลงไปได้เยอะเลยทีเดียวล่ะค่ะ

พกกระดาษทิชชูหรือกระดาษซับมันไว้ซับระหว่างวัน

สาว ๆ ที่หน้ามันและหน้าเป็นคราบอยู่บ่อยครั้งควรมีเจ้าสองสิ่งนี้ติดกระเป๋าไว้อยู่เสมอ เพราะนี่แหละค่ะคือตัวช่วยกู้วิกฤติที่ง่ายและรวดเร็วที่สุด สังเกตดูตัวเราเองว่าหน้าเริ่มมันช่วงไหนแล้วจึงหยิบมาซับ ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะปล่อยให้หน้ามันนาน ๆ หากมีเหงื่อให้รีบซับทันที จะช่วยลดการเกิดคราบได้ค่ะ

จริงอยู่ว่าครีมบำรุงและเครื่องสำอางต่าง ๆ นี้สามารถเนรมิตความสวยงามให้กับคุณสาว ๆ ได้ แต่ในทางกลับกันหากเราเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ไม่เหมาะสมกับผิวนั่นก็อาจจะกลายเป็นว่าเจ้าครีมและเครื่องสำอางเหล่านี้ให้โทษได้ ตัวอย่างเช่นการเกิดคราบบนผิวหน้านี้ ดังนั้นแล้วสาว ๆ ทุกคนจึงควรใส่ใจทุกรายละเอียดที่สำคัญในการดูแลและบำรุงผิวของเราให้มาก ๆ กันด้วยนะคะ

บอกลาริ้วรอยบนใบหน้า ด้วยท่าบริหารที่ช่วยคุณได้

สังเกตุไหมค่ะว่าเดี๋ยวนี้คุณสาวๆ ริ้วรอยมักถามหากันเยอะ อาจเป็นเพราะมลภาวะทางอากาศ หรือแม้นกระทั้งความเครียด การอดนอนก็สามารถช่วยให้ริ้วรอยบนใบหน้าของคุณเพิ่มขึ้นได้อีกทางหนึ่ง

บอกลาริ้วรอยบนใบหน้า ด้วยท่าบริหารที่ช่วยคุณได้

ริ้วรอยบนใบหน้าอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณดูไม่มั่นใจในการพบเจอผู้คน หรือบางทีก็ต้องแต่งหน้าเพื่อปิดริ้วรอย

วิธีเหล่านี้อาจช่วยคุณได้ แต่ไม่เสมอไปหรอกค่ะ ลองวิธีบริหารหน้าง่ายๆ ที่เรานำมาบอกกันดีกว่าไหมค่ะ เพราะเดี๋ยวนี้ไม่ว่ามลภาวะ ความเครียด หรือแม้นกระทั่งการที่คุณอดนอน ก็สามารถช่วยเพิ่มริ้วรอยบนใบหน้าของคุณได้แล้ว งั้นเราไปบริหารหน้ากันดีกว่าค่ะ

ผิวหน้ามีริ้วรอย เพราะการอดนอน

วิธีแก้ ให้ใช้ไข่ขาวนวดให้ทั่วใบหน้า ทิ้งเอาไว้ให้แห้ง แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ตามด้วยน้ำเย็นเพื่อให้ผิวหน้ากระชับมากยิ่งขึ้น หน้าของคุณจะรู้สึกเต่งตึงขึ้นมาในทันที

ผิวหน้ามีริ้วรอย เพราะคางเป็นสองชั้น

วิธีแก้ ใช้ปลายนิ้วกดลงเบาๆ บนใบหน้าจากบริเวณคางไปยังแก้ม แล้วนวดด้วยปลายนิ้วให้ทั่ว และหยิกเบาๆ คล้ายหยอกเล่นกับแฟน แล้วตบคางด้านล่างเบาๆ ออกมาถึงปลายหู

ผิวหน้ามีริ้วรอย เพราะจากสองข้างมุมปาก

วิธีแก้ ใช้นิ้วมือนวดเบาๆ ลูบขึ้นไปจากรอยลึกระหว่างจมูกและมุมปาก ผ่านมุมปากไปสิ้นสุดลงสองข้างจมูก นวดและลูบจากล่างไปหาบน

ผิวหน้ามีริ้วรอย เพราะหน้าผากเหี่ยวห่น

วิธีแก้ นวดเบาๆ จากบนคิ้วขึ้นไปหาเนินผม แล้วค่อยๆ นวดคลึงตามรอยย่นใช้วิธีกดลงไปเรื่อยๆ จากกลางหน้าผากออกไปหาขมับ

ผิวหน้ามีริ้วรอย เพราะปลือกตาบวม

วิธีแก้ ใช้นิ้วชี้แต่ละข้างวางลงบนหัวตาใต้คิ้ว ค่อยๆ เลื่อนปลายนิ้วชี้ผ่านไปเบาๆ โดยปรือตาลงเล็กน้อย

ผิวหน้ามีริ้วรอย เพราะมีถุงใต้ตา

วิธีแก้ ให้กดด้วยปลายนิ้วลงบนถุงใต้ตาเพียงเบาๆ จากหัวตาออกไปหาขมับทั้งสองข้าง

ผิวหน้ามีริ้วรอย เพราะรอยตีนกา

วิธีแก้ ให้ใช้ปลายนิ้วชี้คลึงเบาๆ วนรอบหางตาบนรอยตีนกานั้น

ท่าบริหารต่างๆ ที่เรานำมาบอกเป็นการช่วยให้คุณมีผิวที่กระชับ และเต่งตึงยิ่งขึ้น แต่สาวๆ ก็ควรดูแลสุขภาพด้วยการทานอาหารที่มีประโยชน์ และนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ เพียงเท่านี้ริ้วรอยต่างๆ ที่พบก็จะไม่มา กวนใจคุณอีกต่อไปค่ะ และหมั่นออกกำลังกายใบหน้าของคุณด้วยน่ะค่

สูตรบำรุงผิวหน้าสวยด้วยธรรมชาติ

สูตรขัดหน้านุ่มเนียน

ให้คุณตักโยเกิร์ตรสธรรมชาติมาสัก 2 ช้อนโต๊ะใส่ลงในชาม ใส่น้ำตาลทรายชนิดหยาบลงไป 1 ช้อนชา คนส่วนผสมทั้งสองให้เข้ากันแล้วจึงนำมาขัดเบาๆ ให้ทั่วใบหน้าเพื่อเป็นการขจัดเซลล์เก่าที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไป เว้นรอบดวงตาและรอบปากเอาไว้ เพราะทั้งสองส่วนนี้ถือเป็นส่วนที่บอบบาง เมื่อขัดสักครู่จนทั่วแล้วก็ให้ทิ้งเอาไว้สัก 5 นาทีก่อนที่จะล้างออกด้วยน้ำอุ่นๆ

สูตรหน้าสวยใส

นำหัวไชเท้ามาล้างให้สะอาดและปอกเปลือกออก สไลด์บางๆ เป็นแว่นๆ แช่เย็นไว้สักครู่จึงนำมาแปะที่ใบหน้าเหมือนการแปะแตงกวา หัวไชเท้าเย็นๆ จะทำให้ใบหน้าสดชื่นเย็นสบาย จะรู้ว่าผิวกระจ่างใสขึ้นเพราะในหัวไชเท้ามีกรดอ่อนๆ ที่ทำให้ผิวดูดีขึ้นได้ ทิ้งไว้สักครู่ประมาณ 15 นาทีจึงล้างออกด้วยน้ำเย็นหรือน้ำธรรมดาก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

สูตรลับลดความมัน

ผู้ที่มีผิวหน้ามันสามารถมีผิวหน้าที่นุ่มชุ่มชื้นและไม่มันได้โดยการใช้สับปะรดประมาณ 1 ถ้วย คั้นน้ำและแยกกากออก ใช้สำลีก้อนชุบน้ำสับปะรดมาทาที่ใบหน้าโดยให้เว้นที่บริเวณรอบดวงตาและรอบปาก ทิ้งไว้สักครู่ประมาณ 20 นาทีจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่น คุณจะรู้สึกเลยว่าหน้าไม่มันแต่กลับนุ่มชุ่มชื้น ควรใช้สับปะรดที่มีความเปรี้ยวจะดีกว่าที่มีความหวาน เพราะจะมีประสิทธิภาพในการลดความมันได้มากกว่า

สูตรแก้ไขหน้าแห้งกร้าน

สูตรนี้จะช่วยทำให้หน้าที่แห้งกร้านกลับนุ่มชุ่มชื้นและยังช่วยลดความมันอีกด้วย โดยนำน้ำอุ่นประมาณ 1 ถ้วยมาผสมให้เข้ากันดีกับเกลือป่น 2 ช้อนชาจากนั้นนำมาใส่ในขวดสเปรย์แล้วฉีดพรมที่ใบหน้า ทิ้งไว้สักครู่ก่อนจะล้างออกด้วยน้ำสะอาด

สูตรหน้าสะอาดหมดจด

สูตรนี้จะเป็นการกำจัดสิ่งสกปรกบนผิวของคุณออกไปอย่างหมดจด นอกจากผิวจะสะอาดแล้วยังนุ่มนวลและชุ่มชื้นอีกด้วย โดยใช้นมสดสัก 3 ช้อนโต๊ะผสมกับผงชาเขียวป่นที่หาซื้อได้ตามร้านทำขนมมอบทั้งหลาย ผงชาเขียวนี้ใช้เพียงแค่ 1 ช้อนชาเท่านั้น เมื่อผสมกันดีแล้วก็ให้ใช้สำลีก้อนชุบส่วนผสมทั้งสองนี้แล้วนำมาถูให้ทั่วใบหน้าเว้นรอบดวงตาและริมฝีปาก ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีจึงค่อยล้างออกด้วยน้ำอุ่น

 

สูตรหน้าใสไร้ฝ้า

สูตรนี้นอกจากจะสามารถลอกฝ้าได้แล้วังมีผลในการช่วยบรรเทาสิวอักเสบและลบเลือนจุดด่างดำบนใบหน้าได้ด้วย วิธีการก็ง่ายๆ คือตัดว่านหางจระเข้มาสัก 1 กาบไม่ต้องใหญ่มาก ปอกเปลือกออกให้หมดเอาแต่ส่วนของเนื้อใสมาใช้ นำเนื้อใสหรือวุ้นที่ได้มาปั่นเนียนละเอียดแล้วทาให้ทั่วใบหน้า เว้นรอบดวงตาและริมฝีปากเอาไว้ทิ้งไว้สักครู่ประมาณ 20 นาทีจึงค่อยล้างออกด้วยน้ำอุ่น มีข้อควรระวังคือหากเป้นผู้ที่มีผิวบอบบางหรือแพ้ง่ายไม่ควรใช้สูตรนี้เพราะอาจเกิดการระคายเคืองได้

สูตรลบเลือนจุดด่างดำ

สูตรนี้จะทำให้ใบหน้าสวยใสขึ้นเพราะจุดด่างดำจะลบเลือนลงและยังช่วยให้หน้านุ่มชุ่มชื้นไม่แห้งกร้านอีกด้วย โดยนำส้มมาคั้นให้ได้น้ำประมาณ 2 ช้อนโต๊ะจากนั้นใส่นมสดผสมลงไป 1 ช้อนโต๊ะ คนจนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันดีแล้วจึงนำสำลีก้อนมาชุบและถูให้ถั่วไปหน้าเบาๆ เว้นบริเวณรอบดวงตาและปากเหมือนเดิมทิ้งไว้สักครู่ประมาณ 20 นาทีจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่นๆ

สูตรผลัดผิวกระจ่างใส

สูตรนี้ทำได้ง่ายอีกเช่นกัน โดยการใช้เพียงมะละกอสุกอย่างเดียว ให้นำมะละกอสุกประมาณ 1/4 ถ้วยมาปั่นให้ละเอียดแล้วนำมาพอกหน้าทิ้งเอาไว้ประมาณ 15 นาทีจึงค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด คุณจะรู้สึกเลย

ว่าผิวหน้าใสและนุ่มนวลขึ้น

สูตรแก้ไขผิวที่ถูกแดดและลมเป็นเวลานานๆ

บางทีเราก็หลีกเลี่ยงแดดและลมที่ทำให้ผิวเกิดปัญหาความหยาบกร้านและเหี่ยวย่นไม่ได้ เมื่อเป็นแล้วก็ไม่ต้องกังวลอะไรมากเพราะมีวิธีง่ายๆ และดีที่สามารถแก้ปัญหาอย่างได้ผลมาฝาก ให้นำสตรอเบอร์รี่ 2 ผลและแอปเปิล ¼ ผลมาปั่นให้ละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน แอปเปิล นั้นควรปอกเปลือกออกก่อนเพื่อจะได้มีความนุ่มนวลเวลาที่ใช้ จากนั้นนำส่วนผสมที่ปั่นกันจนละเอียดแล้วมาพอกให้ทั่วใบหน้า เว้นรอบดวงตาและริมฝีปากเอาไว้ ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด

สูตรมากส์หน้าเพื่อความชุ่มชื้น

สูตรนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวแห้งและผู้ที่ไม่มีปัญหาอย่างคนผิวธรรมดาก็สามารถใช้ได้เช่นกัน นำงา 1 ช้อนชา น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ และกล้วยหอมผลขนาดกลางสัก 1 ผลมาผสมและปั่นรวมกันให้เป็นเนื้อเนียนละเอียด จากนั้นนำมาพอกให้ทั่วบริเวณใบหน้าและทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที เว้นบริเวณรอบดวงตาและปากเอาไว้ เมื่อถึงกำหนดเวลาแล้วจึงค่อยล้างออกด้วยน้ำอุ่นๆ

 

สูตรมากส์หน้าแก้ไขปัญหาหน้ากร้านแดด

หน้ากร้านแดดที่ว่านี้ก็คือหน้าที่มีอาการแดงแสบและหยาบกร้าน นอกจากนี้ผิวหน้ายังไม่นุ่มชุ่มชื้นอีกด้วย วิธีการแก้ไขก็คือให้นำอะโวคาโดมาสักประมาณ ¼ ถ้วยผสมรวมกันกับน้ำมะนาว 1 ช้อนชาและน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา ใส่ลงในเครื่องปั่นแล้วปั่นให้เนียนเป็นเนื้อเดียวกัน นำมาพอกให้ทั่วใบหน้าโดยเว้นรอบปากและดวงตาเอาไว้ ทิ้งไว้สักครู่ประมาณ 20 นาทีจึงค่อยล้างออกด้วยน้ำอุ่น

สูตรสวยหน้าตึงกระชับ

นอกจากหน้าจะตึงกระชับแล้วยังทำให้สิวที่เป็นปัญหาทุเลาลงได้ด้วย ให้คุณใช้ไข่ขาว 1 ฟอง ผสมกับกำมะถัน 1 ช้อนชา และถั่วเขียวต้มบดละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ เมื่อส่วนผสมเข้ากันดีแล้วจึงนำมาพอกหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีโดยไม่ลืมที่จะเว้นบริเวณรอบดวงตาและริมฝีปาก เมื่อครบตามกำหนดเวลาแล้วจึงค่อยล้างออกด้วยน้ำอุ่นๆ

สูตรสวยของคนผิวแพ้ง่าย

สูตรนี้ถือเป็นสูตรที่มีความอ่อนโยนสูงจึงดีต่อผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย ให้คุณนำน้ำมะนาว ½ ช้อนโต๊ะและหัวไช้เท้า ½ ถ้วยตวงมาใส่เครื่องปั่นแล้วปั่นให้ละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นจึงนำไปพอกบริเวณใบหน้าสักประมาณ 20 นาที

คุณอาจจะรู้สึกตึงๆ และคันยิบๆ เล็กน้อยเนื่องจากกรดในน้ำมะนาวและสารเคมีในหัวไช้เท้ากำลังทำงานอยู่ซึ่งไม่มีอันตรายแต่อย่างใด เมื่อครบกำหนดตามเวลาแล้วให้ล้างออกด้วยน้ำอุ่นๆ ผิวคุณก็จะสดใสเปร่งปลั่งขึ้นมาทันที

สูตรขัดหน้าสะอาดเอี่ยมอ่อง

เป็นอีกสูตรที่สามารถใช้ขัดหน้าได้ ทั้งสะอาดหมดจดและยังมอบความเนียนนุ่มให้แก่ผิวของคุณในครั้งแรกที่ได้ใช้อีกด้วย โดยให้คุณนำข้าวโอ๊ดอบแห้ง 1 ช้อนชากับถั่วเขียวเมล็ดแห้ง ½ ช้อนชาผสมกันลงในเครื่องปั่นแล้วปั่นให้ละเอียดที่สุดจากนั้นจึงนำมาผสมน้ำเล็กน้อยแล้วขัดเบาๆ ให้ทั่วผิวหน้า

ควรเน้นการขัดบริเวณข้างจมูกซึ่งมักเป็นส่วนที่เกิดสิวเสี้ยนหรือความสกปรกได้ง่ายกว่าส่วนอื่น เมื่อขัดจนทั่วทุกพื้นที่บริเวณใบหน้าแล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นให้หมดจดอย่าให้หลงเหลือ เพราะสูตรนี้หากล้างออกไม่หมดอาจทำให้เกิดสิวอุดตันบนใบหน้าได้

สูตรหน้าใสไร้ความหมองคล้ำ

       ผู้ที่มีปัญหาหน้าหมองมองแล้วไม่สดใสควรใช้สูตรสวยสูตรนี้จะดีขึ้นเป็นอย่างยิ่ง โดยนำน้ำมะนาว นมผงของเด็ก และน้ำสะอาดอย่างละ 1 ช้อนชามาผสมรวมกันให้ดี จากนั้นนำมาพอกที่ใบหน้าประมาณ 20 นาที พยายามอย่าขยับเขยื้อนใบหน้าในช่วงนี้นักเพราะอาจทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่าย

เมื่อครบตามกำหนดเวลาแล้วให้ล้างออกด้วยน้ำอุ่นๆ แล้วซับหน้าเบาๆ จะรู้สึกได้เลยว่าผิวหน้าของคุณดูกระจ่างใสขึ้นเนื่องจากการทำงานของกรดในมะนาวและมีความนุ่มชุ่มชื้นจากนมผงอยู่ด้วย

สูตรสวยหน้าเต่งตึง

สูตรนี้เป็นสูตรที่ใช้อย่างได้ผลกับผู้ที่มีวัยเข้าเลข 3 และมีปัญหาผิวหน้าหย่อนยาน ถือว่าเป็นสูตรที่ทำง่ายไม่ยุ่งยากอะไรเพราะใช้น้ำแข็งเพียงอย่างเดียว

อันดับแรกให้คุณทำความสะอาดใบหน้าให้หมดจดเสียก่อนแล้วซับให้แห้งด้วยผ้าขนหนูนุ่ๆ จากนั้นนำน้ำแข็งยูนิต 1 ก้อนมาลูบไล้บริเวณใบหน้าให้ทั่วจนน้ำแข็งละลายหมดก้อนคุณจึงค่อยล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำเย็นจัดๆ อีกทีหนึ่ง เมื่อจับผิวหน้าดูแล้วคุณจะรู้สึกได้เลยว่าผิวตึงกระชับขึ้นทันที สูตรนี้หากคุณมีความสะดวกก็สามารถทำได้ทุกวันโดยไม่เกิดผลข้างเคียงหรืออันตรายใดๆ แก่ผิวหน้า

สูตรกระชับรูขุมขน

สูตรนี้เหมาะกับผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้างที่เกิดจากกรรมพันธุ์หรือรอยแผลเป้นจากการแกะสิวทั้งหลาย สูตรนี้จะช่วยสมานผิวและรูขุมขนให้ตึงกระชับขึ้นจนผิวของคุณเนียนนุ่มและดูสวยขึ้นได้ในเวลาไม่ช้าไม่นาน

ให้คุณใช้น้ำผึ้งประมาณ 1 ช้อนชาผสมกับแตงกวา 2 ช้อนโต๊ะ จากนั้นนำไปปั่นให้ละเอียดเนียนเป็นเนื้อเดียวกันแล้วจึงนำมาพอกให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีจึงค่อยล้างออกด้วยน้ำเย็นจัดๆ หรือน้ำแช่น้ำแข็ง เพียงเท่านี้หน้าของคุณก็จะเรียบเนียนขึ้นได้

สูตรแก้ปัญหาสิว

สูตรนี้เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาสิวประเภทหัวสิวเม็ดใหญ่ๆ ซึ่งเมื่อใช้สูตรนี้แล้วสิวที่คุณเป็นจะค่อยๆ ยุบลงได้เองโดยให้คุณใช้ดินสอพองสัก 1 เม็ดใหญ่ผสมกับน้ำมะนาวสัก 1 ช้อนชาแล้วนำมาแต้มบริเวณสิวที่เป็นอยู่ก่อนเข้านอนแล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นๆ ในตอนเช้าให้หมดจด จะสังเกตได้ว่าหัวสิวยุบลงมากและผิวกระจ่างใสขึ้น

วิธีหลีกเลี่ยงการเกิดสิว

- เลือก เครื่องสำอาง ที่ดี ปลอดภัย และไม่ระคายเคืองผิว

เครื่องสำอางต้องมีส่วนผสมที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย ระบุ Fragrance Free ยิ่งดี เพราะน้ำหอมทำให้ระคายเคืองได้ ผสมสารเคมีน้อยที่สุด ดูพวก Alcohol อย่าเสี่ยงกับ สารหน้าขาว ยาสเตียรอยด์ ยาแก้แพ้ สารปรอท ไฮโดรควิโนน ที่แอบแฝงมาในเครื่องสำอางที่ไม่ได้มาตรฐาน ความน่าเชื่อถือดูจากที่มา มีชื่อที่อยู่ผู้ผลิตที่เป็นจริง ผ่านการทดสอบทางการแพทย์ ยิ่งดี

- ดูแลรักษาความสะอาดอย่างเหมาะสม

ถ้าใช้ครีมกันแดด หรือเครื่องสำอางที่มีค่า SPF ทุกชนิดรวมถึงแป้งทาหน้า พวกรองพื้น เมคอัพ ทาแก้ม ชิมเมอร์ด้วย ต้องล้างหน้า 2 ขั้นตอน ล้างด้วยคลีนเซอร์ดี ๆ ก่อนล้างด้วยโฟมอีกครั้ง

- สัมผัสผิวอย่างอ่อนโยน

อย่าขัดถูแรง ๆ และไม่ควรสครับหน้าบ่อย ๆ เลือกผ้าขนหนูนุ่ม ๆ สำหรับซับหน้า หรือใช้ทิชชูสะอาดซับก็ได้ การสครับผิว หรือถูผิวแรง ๆ จะเป็นการกระตุ้น การระคายเคืองและทำให้เกิด สิว

- เลี่ยงการสัมผัสใบหน้า

ระหว่างวันไม่ต้องแตะต้องสัมผัสใบหน้าเลยยิ่งดี อย่าแกะ สิว เชื้อโรคจะได้ไม่เข้าสู่ผิว การแกะ สิว ก็ทำให้เป็นแผลเป็น

- ระวังเรื่องสารตกค้างที่มองข้าม

เวลาสระผม ก็ให้แชมพูไหลลงหลังจะดีกว่า ถ้าปล่อยให้ลงหน้า ก็จะทำให้ผิวหน้าสัมผัสกับหัวน้ำหอมและความลื่นของแชมพู ซึ่งจะตกค้างบนผิวได้ เพราะจะ เป็นตัวกระตุ้นการระคายเคืองและ สิว ดีนัก

- ปรึกษาผู้รู้จริง เท่านั้น

อย่าเชื่อคนไม่รู้จริง ฟังหูไว้หูดีกว่า ไม่งั้นก็ถามผู้รู้ เช่นแพทย์ เภสัชกร จะดีกว่า