ดูแลหน้าไม่ให้เกิดฝ้า

      ฝ้าเกิดจากเซลล์สร้างเม็ดสี ซึ่งอยู่ในชั้นหนังกำพร้าสร้างเม็ดสีเมลานินออกมามากผิดปกติ และส่งเม็ดสีให้เซลล์ผิวหนังด้านบนเป็นจำนวนมากกว่าปกติ ด้วยสาเหตุของความผิดปกติ จนเป็นที่มาของฝ้ามีอยู่หลายปัจจัย แต่หลัก ๆ คือ

- แสงแดดและการเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมน ทำให้เซลล์สร้างเม็ดสีทำงานผิดปกติ

- การรับประทานยาคุมกำเนิดสตรีที่ตั้งครรภ์ อยู่ในวัยหมดประจำเดือนหรือผู้ที่ได้รับยาฮอร์โมนทดแทน

- การใช้เครื่องสำอางก็มีส่วน เพราะเครื่องสำอางบางชนิดที่มีฮอร์โมนผสมอยู่ ก็ล้วนแต่ทำให้เกิดฝ้าได้ทั้งนั้น

- รวมถึงพันธุกรรมด้วย คนในครอบครัวเดี่ยวกัน มีโอกาศเป็นฝ้าเหมือนๆ กันได้มาก

       คนที่เป็นฝ้าแล้ว ก็ป้องกันไม่ ให้เป็นมากขึ้นด้วยการหลีกเลี่ยงการถูกแสงแดดในเวลา 10.00-15.00 ซึ่งเป็นช่วงที่แดดจัดมาก ที่ขาดไม่ได้เลย คือการใช้ครีมกันแดดที่มีค่าป้องกันแสงแดด (SPF) สูงมากกว่า 15 ขึ้นไปและควรเป็นชนิดที่ป้องกันได้ทั้งยูวีเอและยูวีบี สำหรับคนที่เป็นฝ้าแล้วมีสูตรยาแก้ฝ้าแบบธรรมชาติมาให้รักษากัน แต่ควรทำอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอจึงจะช่วยให้ฝ้าจางลงได้

รักษาฝ้าจากสมุนไพร

- ใช้ไข่ขาวโดยเฉพาะตรงบริเวณรอบไข่แดง นำมาทาหน้าวันละครั้ง ทิ้งระยะเวลาไว้  5 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่น ไข่ขาวเมื่อแห้งจะดูดเอาสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ตามหน้าออกได้ดี

- ใช้น้ำว่านหางจระเข้ทาให้ทั่วใบหน้าโดยไม่ต้องล้างออก เพราะเมือกจะแห้งไปเองภายใน 5-10 นาที ทำวันละสองครั้งตอนเช้าและก่อนนอน จะทำให้รู้สึกว่าหน้าของเราเต็งตึงขึ้น

- หั่นแตงกว่าเป็นแว่นๆบาง ๆ แปะลงบนใบหน้าทิ้งไว้สักพัก แล้วจึงแกะออก ทำก่อนนอนจะช่วยให้รู้สึกสบายผิวหน้ามาก

- ใช้หัวผักกาดหั่นเป็นแว่นๆบางๆ ถูบริเวณที่เป็นฝ้าให้ทั่วใบหน้า ทิ้งระยะเวลาไว้ประมาณ 5 นาที แล้วล้างออก ทำวันละสองครั้ง เช้า-เย็น ฝ้าจะจางลงภายใน 10 วัน

       การรักษาฝ้าที่ถูกต้องต้องทายาให้สม่ำเสมอและต่อเนื่อง จนกว่าฝ้าจะจางลงโดยให้ทาในส่วนที่เป็นฝ้า ก่อนนอนทุกคืน เมื่อรอยฝ้าจางหายไปแล้วให้ทาสัปดาห์ละ 1- 2 ครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้ ฝ้าเกิดขึ้นได้อีก